บทความรู้


ฉบับที่แล้วเราได้กล่าวถึงการเลือกทำเลที่ตั้งฟาร์มและการจัดการพื้นที่ส่วนต่าง ๆ ภายในฟาร์มให้เหมาะสมกับขนาดและรูปแบบการผลิตของฟาร์มไปแล้ว

งานบริการของหน่วยงาน VRI โครงการจัดทำระบบมาตรฐาน GMP / HACCP สำหรับผู้ผลิตอาหารสัตว์ ตอนที่ 1

กลับมาคุยกันต่อจากฉบับที่แล้วนะครับ คราวก่อนเราคุยกันถึงเรื่องการเลือกทำเลที่ตั้งฟาร์ม และการวางแผนสำหรับการสร้างฟาร์มใหม่หรือการขยายฟาร์ม

การเฝ้าระวัง ป้องกันไม่ให้มีการแพร่ระบาดของโรคในฟาร์ม ซึ่งการป้องกันนั้นเราสามารถจะทำได้หลายทาง เช่น การมีระบบชีวอนามัยที่ดี หรือที่เราคุ้นหูกันว่า ระบบ Bio-Security

จำนวนเซลล์โซมาติก หรือ somatic cell count หรือ SCC หมายถึงเซลล์ร่างกายที่พบได้ในน้ำนมปกติ แต่จะพบในปริมาณเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

การใช้ยาต้านจุลชีพในสัตว์เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เชื้อดื้อยามีจำนวนเพิ่มมากขึ้นในฟาร์ม อย่างไรก็ตาม ปัจจัยอื่นๆที่มีบทบาทสำคัญ

ในช่วงที่ผ่านมาปัญหาเรื่องโรคระบาดสุกร ได้กลับมาอยู่ในความสนใจของเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรอีกครั้ง เพราะได้เกิดความเสียหายให้กับฟาร์มสุกรในหลายๆ พื้นที่

อาการที่พบลูกสุกรหางไหม้ (ผิวหนังอักเสบและเกิดเป็นเนื้อตาย) หลังจากเกิด 2 – 3 วันแรก เป็นอาการที่เราทราบกันดีว่าจะพบในฟาร์มที่กาลังประสบกับปัญหาชีวพิษเชื้อรา(Mycotoxin)

โดยปกติถั่วเหลืองจะมีสารยับยั้งเอนไซม์ทริปซิน ซึ่งสารนี้จะขัดขวางการย่อยโปรตีน แต่สามารถทำลายได้ด้วยความร้อน การตรวจสอบความสุกดิบของถั่วเหลืองไขมันเต็ม (ถั่วอบ) พบ “สีชมพู”

โดยทั่วไปเราจะย้ายแม่สุกรขึ้นรอคลอดในช่วงอาทิตย์สุดท้ายของการอุ้มท้องราวๆ 7-10 วันก่อนคลอด การย้ายขึ้นรอคลอดที่ช้าหรือเร็วเกินไปจะเกิดผลกระทบตามมาดังนี้ การย้ายขึ้นรอคลอดช้าเกินไป (น้อยกว่า5วัน) จะทำให้แม่สุกรปรับตัวไม่ทัน เกิดการป่วยหรือปฏิเสธอาหารในช่วงแรก ส่งผลต่อกระบวนการคลอดผิดปกติ ลูกสุกรตายมากขึ้น การย้ายขึ้นคลอดเร็วเกินไป (มากกว่า 10 วัน) ทำให้แม่สุกรใช้ซองคลอดนานเกินความจำเป็น กระทบต่อแม่ขึ้นคลอดในชุดถัดๆ ไป ยกเว้นว่าฟาร์มมีซองคลอดว่าง หรือ เล้าอุ้มท้องแน่นจนต้องรีบย้ายแม่ขึ้นคลอด ทั้งนี้ฟาร์มควรมีการคำนวณจำนวนแม่สุกรอุ้มท้อง และแม่สุกรเข้าคลอดให้เหมาะสม อีกปัญหาหนึ่งคือ เรื่องของสุขภาพ การที่แม่สุกรขึ้นรอคลอดนานเพิ่มความเสี่ยงในการสะสมของเชื้อโรคจากของเสียแม่สุกรที่ปล่อยออกมา และมีโอกาสในการที่ลูกสุกรแรกคลอดจะป่วยจากการได้รับเชื้อโรคจากพื้นคอกมากขึ้น

หลายท่านอาจจะเคยสงสัยว่า “ทั้งที่การจัดการเล้าคลอดดีทุกอย่าง” ทำไมแม่ยังแท้ง นมแห้ง หรือกลับสัด สิ่งหนึ่งที่ทุกท่านอาจจะต้องนึกถึงก็คือ “สารพิษจากเชื้อรา” นั่นเอง

ทำไมผลตรวจสารพิษเชื้อราจากห้องแลปถึงไม่เป็นไปในทางเดียวกับอาการของสัตว์ในฟาร์ม เป็นประโยคที่เราได้ยินกันบ่อยที่สุด

สารพิษจากเชื้อรา เป็นสารเมทาบอไลต์ที่สร้างจากเชื้อราในอาหารและเมื่ออยู่ในสภาวะของสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการสร้างสารพิษจะทำให้สัตว์ได้รับผลกระทบ

ในช่วง 2 – 3 ปีที่ผ่านมา ปัญหาที่ก่อให้เกิดความเสียหายในสุกรขุนที่สำคัญคือ โรคเอพีพี (Actinobacillus pleuropneumonia) หรือโรคที่หลายๆ คนเรียกว่า หมูขุนเป็นฮีโม

การผลิตโคขุนคุณภาพที่เน้นปริมาณไขมันแทรกในเนื้อยังไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาดในประเทศไทยคุณภาพเนื้อโคขุน

ปัจจุบันปัญหาระบบทางเดินอาหารในไก่ไข่เป็นภัยที่สำคัญต่อผลผลิตไข่ และประเทศสหรัฐอเมริกา และบริษัทพัฒนาสายพันธุ์ไก่ไข่ ได้พบรอยโรคยอดฮิตชนิดใหม่เกิดขึ้น

สารพิษจากเชื้อราคือ ? เป็นสารประกอบประเภทเมแทบอไลต์ทุติยภูมิที่ราผลิตขึ้นมา เป็นสารพิษที่ผลิตจากสิ่งมีชีวิตจำพวกรา (mold) ในกลุ่มเชื้อรา (fungi) สารนี้อาจจะเป็นพิษหรือทำให้เกิดผลร้ายต่อสิ่งที่มีชีวิตต่างๆ

ในภาวการณ์ปัจจุบันที่สุกรมีราคาดีมาอย่างต่อเนื่อง เชื่อว่าเกษตรกรหลายราย เริ่มสนใจอยากขยับขยายฟาร์มเพื่อรองรับกับความต้องการของตลาดและเงื่อนไขราคาที่ดึงดูดให้ลงทุน

ITAC SCHOOL เป็นหน่วยงานหนึ่งของทีม ITAC (The International Technical And Academic Center)

Powered by MakeWebEasy.com